แพล้นท์สเตอรอล

แพล้นท์สเตอรอล สกัดจากพืชธรรมชาติ

ช่วยลดปริมาณไขมันคอเลสเตอรอลได้ถึง 20%

 

   แพล้นท์สเตอรอล   (Plant Sterol)

แพล้นท์สเตอรอล หรือเรียกอีกอย่างว่า   ไฟโตสเตอรอลคือสารกลุ่มสเตอรอล(STEROL) ที่สกัดได้จากพืช ผัก ผลไม้ และถั่วหลายชนิด  มีสารประกอบที่มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายคอเลสเตอรอลที่เป็นสเตอรอลจากสัตว์ สเตอรอลเป็นองค์ประกอบสำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์พืช โดยมีความสำคัญต่อพืชเหมือนกับที่คอเลสเตอรอลมีความสำคัญต่อเซลล์ของมนุษย์ โดยทั่วไปพบสเตอ รอลในพืชในปริมาณไม่มากนัก ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์สเตอรอลจากพืชได้ รวมทั้งยังดูดซึมสเตอรอลจากพืชในทางเดินอาหารได้ในปริมาณที่น้อยมาก

 
   รู้จักแพล้นท์สเตอรอล

แพล้นท์สเตอรอล จัดเป็นสารประกอบคล้ายกับคอเลสเตอรอล มีสองแบบคือสเตอรอล(Sterol) และ สเตนอล(stanol) สารไฟโตสเตอรอลสามารถสกัดมาเป็นสารเสริมอาหารเพื่อส่งเสริมสุขภาพได้หลายอย่าง แต่ที่สำคัญ คือเพื่อลดปริมาณคอเลสเตอรอล และ แอลดีแอล(LDL) อันส่งผลดีต่อการป้องกันโรคหัวใจได้

 
   แพล้นท์สเตอรอลกับโรคหัวใจ

เนื่องจากโครงสร้างทางเคมีที่คล้ายคลึงกับคอเลสเตอรอล ทำให้ในขณะที่ร่างกายกำลังย่อยอาหาร เเพลนท์สเตอรอลส์จะเข้าแย่งจับตัวกับไมเซลซึ่งเป็นตัวที่จะจับกับคอเลสเตอรอลเพื่อการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมคอเลสเตอรอลได้น้อยลง เพราะดูดซึมสเตอรอลเข้าไปแทน

ในการวิจัยพบว่า การรับประทาน เเพลนท์สเตอรอลวันละ 2 กรัม จะช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือ LDL ลงได้ประมาณ 10-40% นั่นหมายความว่า ลดโอกาสการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจลงถึง  20% ในระยะเวลากว่า 5 ปีอีกด้วย แต่การจะให้ได้สารอาหารปริมาณที่กล่าว ต้องกินผักมื้อละกว่า 10 กก. สารสกัดไฟโตสเตอรอล จึงเป็นทางเลือกหลักโดยอาจนำมาเติมเข้ากับอาหารหลัก หรือผลิตเป็นอาหารเสริมก็ได้

ที่สำคัญกลไกดังกล่าวไม่ส่งผลใดๆต่อปริมาณของไขมันชนิดดีหรือ HDL แต่ทำให้สัดส่วนของ HDLสูงขึ้น และ LDLลดลง

แต่การทานเเพลนท์สเตอรอลส์ให้มากขึ้นเพื่อลดคอเลสเตอรอลให้มากขึ้นตามไปด้วยนั้นคิดผิด ผลจากการศึกษาพบว่าการทานเเพลนท์สเตอรอลส์มากกว่า 2 กรัมไม่ได้มีผลทำให้คอเลสเตอรอล LDL ลดลงมากขึ้นตามไปด้วย

 
   แพล้นท์สเตอรอลกับไตรกลีเซอไรด์

การเพิ่มปริมาณของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจเช่นเดียวกับปริมาณคอเลสเตอรอล มีการทดลองโดยการรับประทานสารไฟโตสเตอรอล 1.6กรัมต่อวันโดยใส่ในเครื่องดื่มนมเปรี้ยว ประมาณ6สัปดาห์ สามารถลดปริมาณของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลงได้ถึง 14% โดยสารไฟโตสเตอรอลจะลดอนุภาคของ triglyceride-rich VLDL ที่ผลิตจากตับลง    

 
   แพล้นท์สเตอรอลกับโรคมะเร็ง

สารไฟโตสเตอรอลอาจมีความสามารถยับยั้งมะเร็งปอด กระเพาะอาหาร มดลูก และ เต้านมได้ แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

 
   แพล้นท์สเตอรอลกับภูมิคุ้มกันและต้านการอักเสบของร่างกาย

การวิจัยพบว่า แพลนท์สเตอรอล สามารถควบคุมการทำงานตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ โดยส่งเสริมกิจกรรมของเซลที่ทำหน้าที่ให้ภูมิคุ้มกันต่อร่างกาย ส่งผลให้ลดอาการอักเสบจากการติดเชื้อโรครุนแรงหรือรื้อรังได้    

ในผู้มีสุขภาพดีการไฟโตสเตอรอลสามารถเพิ่มปริมาณ ทีเซล(T-Cell) ได้ถึง 920%  ลดอาการอักเสบจากโรคไขข้ออักเสบเนื่องจากคุณสมบัติคล้ายสารสเตียรอยด์ของยารักษาชื่อคอร์ติโซน โดยไม่พบผลข้างเคียง

 
 

แพล้นท์สเตอรอลกับต่อมลูกหมากโต

มีการทดลองใช้สารไฟโตสเตอรอลในผู้ป่วยเป็นโรคต่อมลูกหมากโต พบว่าสามารถเบาเทาอาการจากภาวะต่อมลูกหมากโตได้เป็นอย่างดี เช่น อาการปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือ

ปัสสาวะไม่หมด เกิดจากการลดขนาดของต่อมลูกหมากลงโดยการยับยั้งการทำงานของเอนไซด์ 5-alpha reductase ที่จะเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนไปเป็น Dihydrotestosterone (DHT) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ต่อมลูกหมากโต 

 
   ใครบ้างที่ควรรับประทาน
  1. ผู้ที่ต้องการควบคุมระดับ หรือมีระดับคอเลสเตอรอล LDL สูง
  2. ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเส้นเลือดตีบ และโรคหัวใจ
  3. ผู้ที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ มีการอักเสบจากการติดเชื้อ
  4. ผู้ที่มีปัญหาเรื่องต่อมลูกหมากโต
 
  ราคาจำหน่ายปกติ 690 บาท/ขวด (รวมvatแล้ว)  
  การรับประทาน : รับประทานครั้งละ 3แคปซูล  หลังอาหาร  
 

ขนาดบรรจุ : บรรจุ 90แคปซูลต่อขวด  1 แคปซูลมีแพล้นท์สเตอรอล เอสเตอร์ 310มก.


 

 
 


 

 

 

 

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 287,203